‘ปธ.เป้’ แข้งราชันคนแรกโพสต์อำลา ‘คุณชาย’ เก้าอี้ปลิว
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กลายเป็นนักเตะเรอัล มาดริด คนแรกที่ออกมาโพสต์อำลาและแสดงความขอบคุณต่อ ชาบี้ อลอนโซ่ อดีตกุนซือของทีม หลังถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
กุนซือวัย 44 ปี ถูกสโมสรตัดสินใจแยกทางแบบฟ้าผ่า ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลัง “ราชันชุดขาว” พ่าย บาร์เซโลน่า 3-2 ในนัดชิงชนะเลิศ สแปนิช ซูเปอร์คัพ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ช่วงหลัง อลอนโซ่ ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งกระแสข่าวความร้าวฉานกับลูกทีม และผลงานที่ขึ้น ๆ ลง ๆ จนเรอัล มาดริด หล่นไปตามหลัง บาร์ซ่า 4 คะแนนในศึกลาลีกา
สโมสรประกาศว่าเป็นการแยกทางกันด้วย “ความยินยอมของทั้งสองฝ่าย” โดย อัลบาโร่ อาร์เบลัว อดีตเพื่อนร่วมทีมสมัยค้าแข้งกับลิเวอร์พูลและเรอัล มาดริด ซึ่งคุมทีมสำรองอยู่ก่อนหน้า ถูกดันขึ้นมารับงานแทน
ไม่นานหลังข่าวปลดถูกเผยแพร่ออกมา เอ็มบัปเป้ ก็ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมทันที ด้วยการโพสต์ภาพที่เขาอยู่กับ อลอนโซ่ พร้อมข้อความว่า “มันอาจเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ผมมีความสุขมากที่ได้เล่นให้คุณและได้เรียนรู้จากคุณ ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวผมตั้งแต่วันแรก”
“ผมจะจดจำคุณในฐานะโค้ชที่มีแนวคิดชัดเจน และเข้าใจฟุตบอลอย่างลึกซึ้ง ขอให้โชคดีกับบทต่อไปของชีวิต”
เอ็มบัปเป้ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นภายใต้การคุมทีมของ อลอนโซ่ ยิงไปถึง 29 ประตู พร้อมทำอีก 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเพียง 25 นัดในฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวก็เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ดาวยิงชาวฝรั่งเศสถูกมองว่าแสดงท่าทีไม่เคารพอำนาจของกุนซือ หลังจบเกมซูเปอร์คัพที่แพ้ บาร์เซโลน่า
ในคลิปที่ถูกแชร์ว่อนโซเชียล อลอนโซ่ พยายามเรียก เอ็มบัปเป้ และนักเตะมาดริดให้ไปตั้งแถวปรบมือแสดงความยินดีกับบาร์ซ่า แต่ เอ็มบัปเป้ กลับแสดงท่าทางไม่พอใจ โบกมือไปมา ก่อนเดินออกจากสนามทันที โดยมีภาพที่ อลอนโซ่ เหมือนยอมถอย เมื่อเห็นท่าทีของซูเปอร์สตาร์ทีม
หลายคนมองว่านี่คือภาพสะท้อนชัดเจนของช่วงเวลาการคุมทีมของ อลอนโซ่ ที่ต้องเผชิญปัญหาการคุมห้องแต่งตัว และถูกลูกทีมท้าทายอำนาจอยู่บ่อยครั้ง
กรณีที่ชัดเจนที่สุดคือ วินิซิอุส จูเนียร์ ซึ่งมีรายงานว่าเคยบอกกับ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรว่า เขาจะไม่ต่อสัญญา หาก อลอนโซ่ ยังเป็นกุนซือของทีม
ขณะเดียวกัน
BBC Sport
ยังรายงานว่า อลอนโซ่ กับ เอ็มบัปเป้ มีปากเสียงกันเรื่องแท็กติก ก่อนเกมเอล กลาซิโก้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
อลอนโซ่ เพิ่งเข้ามาคุมเรอัล มาดริด ได้เพียง 8 เดือน หลังสร้างผลงานสุดยิ่งใหญ่กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
เขาเข้ามารับงานในเมืองหลวงของสเปนทันศึกชิงแชมป์สโมสรโลก แต่กลับพาทีมตกรอบรองชนะเลิศ จากนั้นช่วงแรกผลงานยอดเยี่ยม ชนะ 13 จาก 14 เกมลีก
อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะหลังจากนั้น มาดริด เก็บชัยชนะได้เพียง 2 นัดจาก 8 เกม ทำให้แรงกดดันถาโถมใส่ อลอนโซ่ อย่างหนัก
กระแสข่าวความแตกแยกภายในศูนย์ฝึกซ้อมก็ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง โดยสื่อสเปนรายงานว่า มีนักเตะอย่างน้อย 5 คนไม่พอใจกับแนวทางการทำทีมของเขา
มีชื่อของ ธิโบต์ คูร์กตัวส์, จู๊ด เบลลิงแฮม และ วินิซิอุส จูเนียร์ ที่กังวลกับแท็กติกของ อลอนโซ่ โดยเฉพาะการยืนกรานให้ทีมต่อบอลจากแดนหลัง
วินิซิอุส ดูไม่มีความสุขอย่างชัดเจน และหลังถูกเปลี่ยนตัวออกในเอล กลาซิโก้ ช่วงปลายเดือนตุลาคม เจ้าตัวก็แสดงอารมณ์ไม่พอใจออกมาแบบไม่ปิดบัง ก่อนจะออกมาขอโทษ “เพื่อนร่วมทีม สโมสร และประธานสโมสร” ในเวลาต่อมา โดยไม่มีการเอ่ยถึงชื่อ อลอนโซ่ เลย
แม้แต่ เฟเด วัลเวร์เด้ กัปตันทีม ก็มีข่าวว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของ อลอนโซ่ และยังต้องออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าเขาปฏิเสธลงเล่นในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกกับ ไครัต อัลมาตี้ หลังถูกจับไปยืนแบ็คขวาแทน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ ดานี่ การ์บาฆาล พร้อมพูดตรง ๆ ว่า “ผมไม่ได้เกิดมาเพื่อเล่นแบ็คขวา”
แม้ อลอนโซ่ จะพาทีมกลับมาชนะรวด 5 นัดติดต่อกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ฟอร์มกระเตื้องระยะสั้นก็ยังไม่มากพอจะทำให้บอร์ดบริหารเชื่อมั่นในตัวเขาต่อไป
สุดท้าย อลอนโซ่ ก็ต้องโบกมือลาเก้าอี้กุนซือเรอัล มาดริด และมีแนวโน้มไม่น้อยที่ชื่อของเขาจะถูกโยงกับการกลับไปทำงานในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้
ที่มา: soccersuck

