ยังอีกยาว! VvD ปัดข่าวคิดแขวนสตั๊ด
เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ออกมายืนยันกับแฟนบอลลิเวอร์พูลและทีมชาติเนเธอร์แลนด์ว่า เขายังไม่มีแผนแขวนสตั๊ดในเร็ว ๆ นี้ หลังถูกถามถึงอนาคตของตัวเองในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ปราการหลังกัปตันทีมวัย 34 ปี สร้างชื่อจนถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก จากผลงานตลอด 8 ปีที่แอนฟิลด์ และยังมีสัญญากับ ลิเวอร์พูล ไปจนถึงจบฤดูกาลหน้า
นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ “หงส์แดง” ฟาน ไดจ์คซึ่งรับปลอกแขนกัปตันทีมต่อจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2023 ก็มีส่วนสำคัญในการพาทีมประสบความสำเร็จทั้งในยุคของ เยอร์เก้น คล็อปป์ และ อาร์เน่อ สล็อท คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, โทรฟี่ในประเทศอีก 3 รายการ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 สมัย
แม้แฟนลิเวอร์พูลส่วนใหญ่จะไม่กังวลเรื่องอนาคตของเขากับสโมสร หลังเจ้าตัวเพิ่งต่อสัญญาใหม่ไปเมื่อฤดูกาลก่อน แต่ในเนเธอร์แลนด์กลับเริ่มมีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่ ฟาน ไดจ์ค อาจเลิกเล่นทีมชาติ
โดยเฉพาะหลังจากทีมชาติเนเธอร์แลนด์เอาชนะลิทัวเนีย 3-2 เมื่อเดือนก่อน การันตีตั๋วไปฟุตบอลโลก 2026 ก็เริ่มมีข่าวลือว่าเจ้าตัวอาจอำลาทีมชาติในไม่ช้า
อย่างไรก็ตาม ฟาน ไดจ์ค รีบปัดข่าวดังกล่าวทันที โดยบอกว่า “ผมไม่เคยพูดแบบนั้นเลย ผมไม่ได้มองอะไรไกลขนาดนั้น”
“ผมยังมีเวลาในอาชีพค้าแข้งอีกหลายปี ดังนั้นพูดตรง ๆ คือผมเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ตราบใดที่ผมมีความสุข และลูก ๆ มีความสุข ทุกอย่างก็โอเค”
ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ฟาน ไดจ์ค ยังถ่ายแฟชั่นให้กับ
ในหลายลุค ทั้งโทนขาวดำและสีสันสดใส และเมื่อถูกถามว่า หลังแขวนสตั๊ดแล้วจะลองไปเดินแบบบนรันเวย์ที่มิลานหรือปารีสบ้างไหม เจ้าตัวก็ตอบแบบเปิดกว้างว่า “ก็ไม่แน่นะ อะไรก็เกิดขึ้นได้”
แม้จะประสบความสำเร็จอย่างมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ฤดูกาลนี้ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยากที่สุดของเขาในฐานะกัปตันทีม หลัง ลิเวอร์พูล ทำผลงานในลีกได้น่าผิดหวัง ปัจจุบันรั้งอันดับ 4 ของตาราง และตามหลังจ่าฝูงอย่าง อาร์เซน่อล ถึง 14 คะแนน ทั้งที่สโมสรทุ่มเงินเสริมทัพกว่า 450 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์
ฟาน ไดจ์ค ยังเล่าว่าการเป็นพ่อช่วยให้เขารับมือกับทั้งช่วงเวลาสูงสุดและต่ำสุดของฟุตบอลระดับสูงได้ดีขึ้น โดยเขามีลูก 4 คนกับภรรยาที่ใช้ชีวิตคู่กันมา 9 ปี
“ในชีวิตมีหลายอย่างที่สำคัญกว่าสิ่งที่เราทำในสนาม พอถึงเวลาแข่ง ผมทุ่มเทเต็มร้อย มีสมาธิกับงานตรงหน้าอย่างที่สุด แต่ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ พอกลับถึงบ้าน ผมก็กลับมาเป็นคุณพ่อเหมือนเดิม” ฟาน ไดจ์ค กล่าว
ที่มา: soccersuck

